Select Page

รู้จักทรุมเซ่อ (Tromsø)

          ทรุมเซ่อ นับเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดเมืองหนึ่งทางภาคเหนือของนอร์เวย์ เพราะนอกจากจะเป็นเมืองใหญ่ที่มีแหล่งความบันเทิงครบทุกอย่างแล้ว ยังมีธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งทะเล ภูเขา ฟยอร์ด แสงเหนือ และพระอาทิตย์เที่ยงคืน รอคอยนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยี่ยมชมทุกฤดูกาล โดยจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีจุดหมายปลายทางมาเที่ยวทรุมเซ่อนั้น เพิ่มขึ้นทุกปี เพิ่มเยอะจนคนทรุมเซ่อเองยังตกใจ หน่วยงานท้องถิ่นแทบต้องพลิกยุทธศาสตร์สนับสนุนการท่องเที่ยวที่ไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อมและชีวิตชาวเมืองกันยกใหญ่

          และหากใครชื่นชอบการทำกิจกรรมกลางแจ้ง อย่างเดินป่าปีนเขา รับรองว่าทรุมเซ่อไม่ทำให้คุณผิดหวังค่ะ เมื่อสองสามปีที่ผ่านมานี้ เทศบาลทรุมเซ่อได้จัดสรรงบประมาณ สร้างทางเดินบันไดหิน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ปีนขึ้นเขาอย่างสะดวกมากขึ้นในแถบหุบเขาทรุมซ์ดาเลน และเพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินรบกวนต้นไม้ใบหญ้าที่ขึ้นตามธรรมชาติระหว่างทาง โดยนำเข้าแรงงานชาวเชอร์ปา จากเนปาล มาสร้างบันไดหินปีนขึ้นเขา ไปถึงยอดที่ความสูงประมาณ 420 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง จึงกลายเป็นที่มาของชื่อเส้นทาง “บันไดหินเชอร์ปา” สำหรับปีนขึ้นยอดเขาที่ทรุมซ์ดาเลนแห่งนี้

ปีนเขาที่ทรุมซ์ดาเลน มีอะไรดี

         ไฮไลท์ของการปีนเขาบันไดหินนั้นคือ การเดินปีนขึ้นไปทีละขั้นๆ ได้เห็นถึงความสวยงามและความเชี่ยวชาญในทักษะเรียงต่อบันไดหินของ “ชาวเชอร์ปา” จากเนปาล ได้ชื่นชมธรรมชาติ ได้สูดดมกลิ่นป่า ได้สัมผัสกลิ่นเหงื่อของตัวเอง ได้ทักทายนักท่องเที่ยวที่ปีนเขาระหว่างทาง พอไปถึงจุดสูงสุดบนยอดเขา ก็จะได้เห็นวิวรอบทิศ มองเห็นอาคารบ้านเรือน แลนด์มาร์คที่สำคัญๆ ของเมืองทรุมเซ่อ

          ระยะเวลาคร่าวๆ สำหรับการเดินปีนเขาไป พักชมวิวไป ถ่ายรูปไปพลาง พักเหนื่อยไประหว่างทาง อยู่ที่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง กับขั้นบันไดราวๆ 1200 ขั้น เดินแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบ สำหรับคนที่เดินปีนเขาครั้งแรก ข้อควรระวังสำหรับการเดินปีนเขาบันไดหินคือ อย่าเดินนอกเส้นทาง หรือข้างๆ ทางนอกเหนือจากบันไดหิน เพื่อช่วยลดการทลายของหน้าดิน และรักษาความแข็งแรงมั่นคงของฐานรากใต้บันไดหิน

          ระหว่างทางที่ปีนเขาเราจะได้เห็นเด็กนักเรียนโรงเรียนอนุบาล-ประถมท้องถิ่น ที่เดินปีนเขาขึ้นมาเป็นกลุ่มๆ เพราะรัฐบาลนอร์เวย์สนับสนุนให้เด็กๆ ใช้ชีวิตและทำกิจกรรมกลางแจ้งมากที่สุด ในระหว่างสัปดาห์ในแต่ละโรงเรียนก็จะมีการเดินป่า ปีนเขา เล่นสกี ทำกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ กันไป เพื่อให้เด็กใกล้ชิดธรรมชาติและมีความแข็งแรงทางกายภาพ ได้เรียนรู้นอกห้องเรียน  พอเห็นภาพเด็กๆ ปีนป่ายบันไดหินกันอย่างสนุกสนานแล้ว เราเลยรู้สึกไม่เหนื่อยตามไปด้วยจริงๆ ค่ะ แม้จะหายใจแรงมากและหยุดพักบ่อยมาก

ร้านอาหารบนยอดเขา

          พอขึ้นไปถึงยอดเขาแล้ว หากใครหิว ไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะเขามีร้านอาหารและจุดชมวิวให้ชมรอบทิศ ราคาอาหารและเครื่องดื่มแพงกว่าในเมืองหรือราคาทั่วไปประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์ เป็นราคาที่ยอมรับได้ อาหารเป็นเมนูง่ายๆ ราคาอยู่ที่ประมาณ 200-250 โครน เช่น เบอร์เกอร์เนื้อกวางมูส เบอร์เกอร์เนื้อกวางเรนเดียร์ สลัดอกไก่ ฮ็อทด็อก และจะมีเมนูเด็ดประจำวัน ที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน ขอบอกว่าวิวในห้องอาหารสวยมากๆ ค่ะ คุ้มค่ากับการเก็บท้องและปีนเขาเหนื่อยๆ มานั่งกินอาหารอร่อยๆ ชมวิวไปด้วย การตกแต่งภายในเป็นสไตล์โมเดิร์นสแกนดิเนเวียจ๋าๆ น่านั่งค่ะ

          หากใครที่คิดว่าเดินปีนเขาขึ้นมาเหนื่อยพอแล้ว ไม่อยากเดินลงเขาอีก เขาก็มีบริการกระเช้าไฟฟ้าให้นั่งลงไปได้ หรือจะนั่งทั้งสองขา ขาขึ้นและขาลงเลยก็ได้ค่ะ ใช้เวลานั่งกระเช้าขึ้นและลงรอบละไม่ถึงห้านาที จากที่จอดรถมาถึงยอดเขา ค่าบริการต่อเที่ยวอยู่ที่ 150 โครนค่ะ

การเตรียมตัวสำหรับการปีนเขา

– น้ำดื่มระหว่างทาง

– ชุดปีนเขาที่ใส่สบาย ไม่รัดเกินไป เหมาะสมกับสภาพอากาศในแต่ละฤดูกาล

– หากมีเหตุฉุกเฉิน ได้รับอุบัติเหตุระหว่างทาง จำหมายเลข 113 ไว้ให้แม่นค่ะ เป็นหมายเลขสำหรับโทร.ติดต่อรถพยาบาล 

 

วิธีเดินทาง

– ตั้งแผนที่ในกูเกิ้ลแม็ป ไปที่ Sherpatrappa i Tromsdalen ซึ่งจะมีเส้นทางเดินไปสู่ยอดเขาหลายทาง รวมถึงแสดงสายรถประจำทางที่ขับผ่าน

– หรือตั้งไปที่ Fjellheisen หากต้องการเริ่มต้นที่สถานีกระเช้าไฟฟ้าขึ้นเขา หรือหาที่จอดรถ

 

ชื่อสถานที่

Tromsdalenหุบเขาทรุมซ์ดาเลน

Sherpatrappa i Tromsdalenบันไดหินเชอร์ปาที่ทรุมซ์ดาเลน

Fjellheisen กระเช้าไฟฟ้าขึ้นยอดเขา

Fjellstua café – ร้านอาหารบนยอดเขา

 

หาข้อมูลเพิ่มเติมต่อได้ที่

Tromsø.kommune.no

Fjellheisen.no

โพสต์แนะนำ เก็บเงินได้ 12 บาท

 411 total views