Select Page

         สิ่งสำคัญสำหรับการถ่ายรูปแสงเหนือประกอบไปด้วยปัจจัย 3 อย่าง

1. อุปกรณ์

         อันประกอบไปด้วย “กล้องถ่ายรูป” ที่สามารถตั้งโหมด M ได้ เช่น กล้อง DSLR หรือ Mirorless สำหรับกล้องโทรศัพท์มือถือบางรุ่น เช่น Note 10 อาจถ่ายรูปแสงเหนือติด แต่ก็เฉพาะคืนที่แสงเหนือมีความแรงและส่องสว่างมากๆ เท่านั้น ส่วนเรื่องความคมชัดและความละเอียดจะสู้กล้องใหญ่ไม่ได้

         “ขาตั้งกล้อง” เพื่อให้กล้องนิ่งขณะจับภาพแสงเหนือ เนื่องจากจำเป็นต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำมาก ระหว่างหนึ่งวินาทีขึ้นไป หรืออาจยาวนานถึง 20 วินาที แล้วแต่การตั้งค่าอื่นๆ ที่สัมพันธ์กัน

         สายลั่นชัตเตอร์หรือรีโมท ใช้เพื่อกดถ่ายรูปโดยที่เราไม่ต้องสัมผัสกล้อง เพื่อป้องกันการสั่นไหวของกล้องขณะบันทึกภาพ หากไม่มีสายลั่นชัตเตอร์ ตั้งโหมด self-timer ก็ได้ค่ะ ปกติใช้หน่วง 2 วินาที ไปจนถึง 10 วินาที แล้วแต่สถานการณ์

         “เลนส์มุมกว้าง” ไม่ถึงกับจำเป็นค่ะ เป็นออพชั่นเสริม ข้อดีคือช่วยทำให้ได้ภาพในมุมที่กว้างขึ้น

         “แบตเตอรี่สำรอง” สำคัญมาก เนื่องจากแบตเตอรี่จะหมดเร็วมากท่ามกลางความหนาวเย็น ภายใต้อุณหภูมิติดลบ

 

2. การตั้งค่าโหมดถ่ายรูป

         ให้ใช้โหมด M หรือตั้งค่าทุกอย่างด้วยตัวเอง ได้แก่

         “ค่า ISO ซึ่งปกติโดยส่วนตัวจะตั้งค่าอยู่ที่ประมาณ 800 – 2500 แล้วแต่สถานการณ์แสงเหนือว่ามีความแรงหรือสว่าง มีการเคลื่อนไหวแค่ไหน ยิ่งตั้งค่า ISO สูง อาจทำให้ภาพมี Noise สูง ส่วนมากจะประเมินจากสถานการณ์จริง ถ้าแสงเหนือมาแรงสว่างหน่อย ก็ตั้งที่ 800 – 1600 ถ้าแสงมันไม่ค่อยแรง ก็จะค่อยๆ ปรับค่าขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ส่วนมากจะพยายามตั้งไม่เกิน 2500 ค่ะ 

         “ค่า F หรือรูรับแสง” เลือกใช้แบบเปิดกว้างที่สุด เท่าที่เลนส์แต่ละตัวจะรับได้ อยู่ที่ระหว่าง 3.5 – 5.6 ไม่เกินนี้

         “ค่าความเร็วชัตเตอร์” เลือกใช้อยู่ที่ระหว่าง 1020 วินาที แต่ถ้าถ่ายรูปบุคคลในเฟรมด้วย อาจดัน ISO ให้สูงหน่อย แล้วเปิดชัตเตอร์ไวหน่อย ที่ 3-5 วินาที แล้วแต่สภาพและการเคลื่อนไหวของแสงเหนือ 

         “โฟกัส” เลือกเป็น MF หรือแมนวล แล้วปรับโฟกัสที่ระยะ Infinity ถ้าปรับโฟกัสไม่ดี ภาพจะออกมาเบลอ 

         สรุปการตั้งค่าจะมีหลักๆ สี่อย่างที่ต้องคำนึง คือ ISO รูรับแสง ชัตเตอร์สปีด และโฟกัส คร่าวๆ ในเบื้องต้นอาจลองตั้งค่าดังนี้  ISO – 1600   F. – 3.5    ชัตเตอร์สปีด 10 วินาที  จากนั้นให้ลองปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ โดยต้องเช็คดูรูปที่เรากดถ่ายทุกครั้งว่าออกมาเป็นอย่างไร แสงพอดีไหม แล้วค่อยตัดสินใจ ว่าจะเปลี่ยนการตั้งค่ารูปต่อไปยังไงดี

3. การจัดวางองค์ประกอบภาพ

         เมื่อเราได้ไปยืนอยู่สถานที่จริง ท่ามกลางท้องฟ้าที่เรืองรองด้วยแสงสีเขียวของออโรร่าและหมู่ดาวแล้ว อันดับแรกให้ชื่นชมโมเม้นท์และสำรวจภูมิทัศน์รอบๆ เล็กน้อย จากนั้น เราต้องคิดค่ะว่าจะตั้งกล้องถ่ายรูปยังไงดี คำถามสำคัญที่เราต้องตอบตัวเองสำหรับการตั้งกล้องคือ เราอยากได้ภาพถ่ายแสงเหนือแบบไหนดี ตัวอย่างไอเดียการจัดวางองค์ประกอบภาพถ่ายกับแสงเหนือที่เห็นกันบ่อยๆ ได้แก่

ISO-2000   F.-5.6   ชัตเตอร์ 20 วินาที

ถ่ายแสงเหนือกับวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ ซึ่งเป็นแบบยอดนิยม ก็ต้องหาสถานที่ที่มันธรรมชาติหน่อย ท่ามกลางป่าเขา ริมฟยอร์ด เห็นภูเขา เห็นทะเลอะไรแบบนั้น โดยให้ตั้งกล้องไปที่ที่มีวิวทิวทัศน์น่าสนใจ และมีแสงเหนือเป็นส่วนประกอบอันโดดเด่นของภาพ เช่น ภูเขาอยู่ด้านล่างของภาพ แสงเหนืออยู่ส่วนบนของภาพ หรือมีต้นไม้เป็นฉากหน้า แสงเหนือเป็นฉากหลัง

 

ISO-1250   F.-5.6   ชัตเตอร์ 25 วินาที

เน้นการเคลื่อนไหวและความงามที่เกิดจากการพริ้วไหวไปมา รวมถึงการเปลี่ยนสีและรูปทรงของแสงเหนือ วิธีถ่ายง่ายๆ คือ เราก็แค่ตั้งกล้องขึ้นไปบนฟ้าที่มีการเคลื่อนไหวและรูปทรงแสงเหนือที่น่าสนใจ แล้วกดถ่าย

ISO-800   F.-4.5   ชัตเตอร์ 30 วินาที ใช้แฟลช

ถ่ายภาพบุคคลกับแสงเหนือ อาจใช้บุคคลเป็นฉากหน้าให้แสงเหนือเป็นฉากหลัง บางกรณีต้องใช้แฟลช หรือส่องแสงไฟเข้าช่วย

ISO-800   F.-4.5   ชัตเตอร์ 30 วินาที

เล่นกับแสงรบกวน เช่น ให้แสงไฟจากรถที่วิ่งอยู่บนถนน หรือแสงไฟจากอาคารบ้านเรือนในเมืองเป็นส่วนหนึ่งของภาพ ก็ดูน่าสนใจไปอีกแบบ

แบบสุดท้ายที่เพิ่งค้นพบและชอบมากๆ คือ การเอารูปแสงเหนือที่เราถ่ายมาโฟโต้ช็อป อิลลัสเล็กน้อย ได้รูปแปลกใหม่ ที่มี reference มาจากแสงเหนือ

นอกจากนี้ ยังมีการถ่ายรูปแสงเหนือแบบ timelapse คือตั้งกล้องอยู่มุมเดียว แล้วกดถ่ายหลายๆ รูปต่อเนื่องกัน ให้เห็นการเคลื่อนไหวของแสงเหนือทีละช็อทๆ ถ่ายติดกันหลายๆ รูป เกินสิบรูปขึ้นไป แล้วเอารูปมาต่อกัน ทำเป็นไฟล์ GIF หรือไฟล์วิดีโอก็ได้

 258 total views