Select Page

มีใครรู้จักศิลปินชาวนอร์เวย์ ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ต่อ 20 ที่ชื่อมุงค์ไหมคะ

เอ็ดเวิร์ด มุงค์อ่ะค่ะ (Edvard Munch 1863-1944)

          มุงค์คือเจ้าของภาพที่ชื่อ “กรีดร้อง” ภาพวาดดัง ทั่วโลกรู้จัก งานศิลปะสมัยใหม่และสื่อต่างๆ เอาภาพเขาเป็น reference เยอะมาก (The Scream-ภาษาอังกฤษ) (Skrik-ภาษานอร์เวย์) มีแม้กระทั่งอิโมจิรูปหน้าหวีดร้อง 😱 เห็นเขาว่ามูลค่าภาพนี้ ตอนนี้ทะลุ 120 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ไปแล้ว เห็นราคาแล้วอยากจะกรีดร้องเลยค่ะ โหดมากกกก

Munch Museum in Oslo

          สวนทางกับประวัติชีวิต ที่เหมือนจะเป็นโรคซึมเศร้าด้วย เห็นว่าผ่านความสูญเสียมาเยอะตลอดช่วงชีวิต เริ่มจากแม่ พี่สาว น้องสาว คนสนิท ฯลฯ และยังผิดหวังในเรื่องความรักอีก ไหนจะด้วยสายอาชีพ เส้นทางการเป็นศิลปินที่เขาเลือก ซึ่งอาจไม่ได้รับการยอมรับในตอนแรกซะทีเดียว เสียงก่นด่าดังกว่าเสียงชื่นชม เช่นเดียวกับศิลปินอิมเพรสชั่นนิสม์-เอ็กซ์เพรสชั่นนิสม์ หรือเพื่อนร่วมอาชีพสายศิลปะสมัยใหม่ทั้งหลายในช่วงสมัยของเขา

         เพราะแนวทางของเขาเป็นศิลปะรูปแบบใหม่ มันดูไม่เสร็จดี ไม่เรียบร้อย ดูไม่รู้เรื่อง ไม่ตรงกับภาพที่เห็นจริงตรงหน้า ไม่สวย คนสมัยนั้นไม่ชิน รับไม่ได้ แต่ศิลปะแบบนี้ดูสด ดูใหม่ สัมผัสได้ถึงอารมณ์ ความรู้สึก และการแสดงออกที่เอ่อล้นออกมา เนชอบ

ก่อนมุงค์จะเสียชีวิต เขาได้ทำพินัยกรรมยกผลงานทุกชิ้น บ้าน และสตูดิโอ บริจาคให้กับเทศบาลกรุงออสโล ด้วยหวังว่าออสโลคงจะเห็นค่าในผลงานของเขาและทำเป็นพิพิธภัณฑ์ในภายหลัง

Munch Museum

ออสโลไม่ใยดีผลงานมุงค์ จนถูกขโมยไปสองรอบ

          มุงค์เสียชีวิตในปี 1944 หลังจากนั้นทางออสโลก็ยังไม่เคลื่อนไหวทำอะไรกับผลงานที่มุงค์ฝากไว้ในมือ หนำซ้ำในปี 1960 ออสโลรื้อบ้านของมุงค์ทิ้งแล้วทำเป็นที่จอดรถสาธารณะ ดีที่มีกลุ่มศิลปินประท้วงไว้ทันก่อนออสโลจะรื้อสตูดิโอของเขา หลังจากนั้นก็ไม่ใยดี ไม่ดูแลผลงานเขา ปล่อยให้ตากลม ตากหิมะบ้างตามแต่เวรแต่กรรม

          จนกระทั่งปี 1963 สิบเก้าปีหลังมุงค์เสียชีวิต ออสโลถึงได้ขยับ เริ่มสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อแสดงผลงานของมุงค์ ในสถานที่ๆ ค่อนข้างจะลับตา ไม่ใช่ใจกลางเมืองหรือแหล่งท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจึงมาเยี่ยมชมไม่เยอะ ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ก็ไม่ใช่ว่าจะดีเลิศนะคะ

          มาตรการรักษาความปลอดภัยอยู่ในระดับต่ำมาก ต่ำขนาดที่ว่าภาพวาดชิ้นสำคัญของมุงค์ อย่างเดอะสครีมถูกขโมยไปตั้งสองรอบ ครั้งแรกถูกขโมยจากพิพิธภัณฑ์หอศิลป์แห่งชาติ ปี 1994 ครั้งที่สองถูกจารกรรมจากพิพิธภัณฑ์มุงค์ปี 2004

          เคยดูสารคดี “ก่อนจะมาเป็นพิพิธภัณฑ์มุงค์” ทางโทรทัศน์ในนอร์เวย์ นานมาแล้ว จำได้ว่าในสารคดีบอกว่าตัวอาคารมีปัญหาเรื่องความชื้น รั่วซึมจนทำให้ผลงานเสียหายอีกด้วย เรียกได้ว่ามีแต่ปัญหานะคะ แล้วคนออสโลขยับบ้างไหมเนี่ย คนสนใจประวัติศาสตร์ศิลปะอย่างเน ดูสารคดีแล้วก็ละเหี่ยใจ เฮ้อ… เสียดาย

ออสโลยอมรับไม่เก่งเรื่องศิลปวัฒนธรรม

          ผลงานของมุงค์ไม่ใช่แค่มรดกทางศิลปะของชาติเท่านั้น แต่เป็นของโลก หายากนะคะศิลปินสัญชาตินอร์เวย์ที่จะได้รับการยอมรับและยกย่องในระดับนานาชาติ แถมมีผลงานดีๆ ทรงคุณค่าพร้อมรอการจัดแสดงและนำเสนอมากมายเป็นพันเป็นหมื่นชิ้น

          เนเคยไปเที่ยวออสโลเมื่อห้าปีที่แล้ว ไม่ค่อยประทับใจกับมิติทางด้านวัฒนธรรมของเมืองหลวงของนอร์เวย์แห่งนี้เท่าไร บอกเลยค่ะว่า ถ้าเทียบกับกรุงอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ ที่มิติด้านศิลปะ การออกแบบ ประวัติศาสตร์ ความหลากหลายของบรรดาพิพิธภัณฑ์ทั้งหลาย น่าตื่นตาตื่นใจ ทำดี ลงทุนเยอะ ดูใส่ใจกับการอนุรักษ์บำรุงทุกสิ่งอย่างด้านนี้ ดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้สนใจด้านศิลปะและวัฒนธรรมแต่ละปีจำนวนหลักล้าน

          ออสโลคือเบบี้วัยละอ่อนมาก เหมือนไม่ค่อยรู้ภาษา ไม่เข้าใจว่าเทรนด์เมืองวัฒนธรรมสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้ ทางออสโลเขาก็ยอมรับนะคะ ว่าเขาอ่อนด้อยในมิตินี้ กำลังพัฒนาอยู่ ขอเวลาอีกไม่นาน

Munch Museum

เร่งพัฒนางานวัฒนธรรม

          รอ ร๊อ รอ จนกระทั่งปี 2008 ทางออสโล จัดประกวดแบบสถาปัตยกรรมเพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์มุงค์ใหม่ขึ้น ในย่านที่ออสโลพยายามโซนนิ่ง วางผังเมืองไว้ในแผนพัฒนาเมืองว่า ควรเป็นย่านศิลปะวัฒนธรรม นั่นคือย่าน Bjørvika หรือถ้าให้นึกภาพแลนด์มาร์คเด่นๆ ย่านนั้นก็คือ ออสโลโอเปร่าเฮาส์ ตอนในของออสโลฟยอร์ดนั่นเอง

          แล้วเขามีแผนจะย้ายพิพิธภัณฑ์แห่งชาติและหอศิลป์แห่งชาติไปรวมไว้ใกล้ๆ กันด้วย เรียกว่าครบวงจร เข้าใกล้เมืองวัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์อย่างอัมสเตอร์ดัมไปอีกนิด

          เฮ้อ.. ในที่สุดออสโลก็ตื่นเสียที

          แต่อย่างไรก็ดี ช่วงปี 2011 ก่อนมีการเลือกตั้งท้องถิ่น พรรคก้าวหน้าออสโลตัดสินใจล้มแผนสร้างพิพิธภัณฑ์มุงค์ใหม่ อ้างว่าเศรษฐกิจไม่ดี เงินไม่พอสนับสนุนงานวัฒนธรรม พอหลังเลือกตั้ง ได้สมาชิกสภาออสโลกลุ่มใหม่เข้ามาเป็นสิทธิเป็นเสียงแทนคนออสโล สภาออสโลลงมติเสนอว่า ให้ย้ายผลงานของมุงค์ทั้งหมดไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์หอศิลป์แห่งชาติแทน เอ่อ ชักจะไปกันใหญ่แล้ว

Munch Museum

          หอศิลป์แห่งชาติออสโลที่เนเคยไปแวะดู ทุกห้องมันจัดแสดงแน่นมากอยู่แล้ว ตัวอาคารก็เก่า แถมไม่ได้ใหญ่โต หรือพื้นที่เหลือๆ ถ้าเอางานมุงค์ทั้งหมดไปรวมด้วย มันไม่ใช่อ่ะค่ะ งานมุงค์เขามีมิติ มีพัฒนาการ มีความน่าสนใจ มีประวัติศาสตร์และเรื่องราวของมัน ต้องการพื้นที่เฉพาะของตัวเองทั้งอาคาร เหมือนกับพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ ที่อัมสเตอร์ดัม (ไปดูมาแล้ว อลังการ ขนลุกมากค่ะ) เฮ้อ สงสารมุงค์จริงๆ ออสโลไม่ค่อยใยดีเลย

          จนปี 2013 สภาออสโลมีมติใหม่ ให้รื้อฟื้นโครงการสร้างพิพิธภัณฑ์มุงค์อีกครั้ง (ในที่สุด!) จนได้เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนกันยายน 2015 คาดการณ์ว่าจะเปิดให้บริการในปี 2019 แต่ท้ายที่สุด ก็สร้างอาคารใหม่ไม่เสร็จตามแผนที่วางไว้ เลื่อนกำหนดเปิดไปช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2020 นะคะ รอดูกันต่อไปค่ะ นี่ไวรัสโควิด-19 เพิ่งจาง ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้เปิดอย่างเป็นทางการ

          แต่ก็ดีใจค่ะว่าในที่สุดมุงค์จะได้อาคารพิพิธภัณฑ์ที่สมเกียรติ เหมาะกับผลงานการสร้างสรรค์ของเขาเสียที

Munch Museum

อ้างอิงข้อมูล
– เว็บไซต์ทางการของพิพิธภัณฑ์มุงค์ www.munchmuseet.no
– บทความเรื่อง ‘Scream’ Painter Edvard Munch Gets a New Museum ใน The Wall Street ournal  https://on.wsj.com/3ctdTkl
– ข้อมูลเบื้องต้น หัวข้อ The Munch Museum ในวิกิพีเดีย https://bit.ly/2Wv76RF

ภาพประกอบ

รูปแรกและรูปที่สี่ ภาพเดอะสครีมและห้องนิทรรศการผลงานของมุงค์ ที่พิพิธภัณฑ์หอศิลป์แห่งชาติในกรุงออสโล ถ่ายเมื่อปี 2016
รูปสอง ภาพถ่ายเซลฟี่ของมุงค์ หน้าระเบียงบ้าน ปี 1930
รูปสาม ออสโลย่านบะเยอร์วิก้า ถ่ายเมื่อมกราคม 2020
รูปสุดท้าย อาคารพิพิธภัณฑ์มุงค์แห่งใหม่ ถ่ายเมื่อมกราคม 2020 ยังไม่เปิดให้บริการ

หากใครสนใจหรือชื่นชอบผลงานของมุงค์ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดผลงานดิจิตัลของเขาได้ในเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์นะคะ เขาถ่ายสแกนไว้ในรูปแบบไฟล์ดิจิตัลคุณภาพ เผยแพร่ให้คนทั่วไปเอาไปใช้อ้างอิงได้ รายละเอียดครบครันตามหลักวิชาการ

 665 total views