Select Page

             ในบรรดาห้าสิบกว่าโพสต์ที่ผ่านมาบนเว็บเพจ NORWARA เพื่อนๆ นักอ่านคงได้ผ่านตารูปภูเขา หิมะ ขาวๆ ปุยๆ แสงเหนือเขียวๆ เรืองๆ ฟ้ามืดๆ มาจนเบื่อ หลายคนอาจสงสัยว่าเมื่อไรแถวนี้จะหายหนาวสักที ประเทศอะไรจะหนาวยาวนานได้ทั้งปีทั้งชาติขนาดนี้ มีวิวทิวทัศน์อย่างอื่นให้ดูบ้างไหม?

             คำตอบคือมีค่ะ

             วันนี้จะขอพาทุกคนมาปลูกดอกไม้ล็อตแรกสร้างสีสันให้สวนหน้าบ้านไปด้วยกัน ดอกไม้ชนิดนี้ที่เมืองไทยอาจจัดว่าเป็นดอกไม้เมืองหนาว ปลูกได้เฉพาะที่อุณหภูมิเย็นๆ หน่อยทางภาคเหนือ ในขณะที่นอร์เวย์มองว่าดอกไม้ชนิดนี้คือสัญลักษณ์ของอากาศที่อบอุ่น มีแดดจ้าๆ แสงระหว่างวันยาวนานเกินกว่า 12 ชั่วโมง บ่งบอกว่าความหนาวเย็นค่อยๆ เจือจางหายไป

             ดอกไม้ที่ว่าคือ “ดอกหน้าแมว” ค่ะ

             ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Pansy ส่วนภาษานอร์เวย์ใช้คำว่า Stemor

ดอกหน้าแมว stemor ฤดูใบไม้ผลิ

ฤดูใบไม้ผลิกับดอกหน้าแมว

             สีสันที่สดใสจัดจ้านของดอกหน้าแมว ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับสนามหญ้าสีน้ำตาลๆ กึ่งชื้น ยังไม่เขียวดี รวมถึงบรรยากาศโดยรอบ ที่รอการผลัดเปลี่ยนของฤดูกาล

             เมื่อถึงเวลา อุณหภูมิได้ที่ ต้นไม้กิ่งไม้แห้งๆ ที่ผลัดใบหมดต้น หลับใหลตลอดฤดูหนาว จะค่อยๆ ผลิใบ ออกดอก จึงเรียกว่า “ฤดูใบไม้ผลิ” เป็นฤดูกาลที่เหมาะแก่การเริ่มต้นอะไรซักอย่าง

             ดอกหน้าแมวนี้เป็นที่นิยมปลูกมากในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่อากาศเริ่มอบอุ่นแล้ว และตลอดฤดูร้อนในนอร์เวย์ เพราะมีคุณสมบัติทนหนาวได้ถึง -2 ถึง -3 องศา ชอบแดดรำไร ชอบดินชุ่มๆ ออกดอกสวยงามยาวนานสองสามเดือน

             ปลูกใส่กระถางตั้งไว้หน้าบ้าน ทางเข้าบ้าน ในสวน เห็นแล้วสบายตาสบายใจ เห็นแต่อะไรขาวๆ เทาๆ มา 5-6 เดือน ได้เจอสีสันบ้างนี่สวรรค์ค่ะ

ดอกหน้าแมว stemor ฤดูใบไม้ผลิ

วิธีการปลูก

             มีสองแบบค่ะ ลองมาแล้วทั้งสองแบบ

             หนึ่ง ปลูกจากการเพาะเมล็ด

             ซึ่งจะใช้เวลาประมาณเดือนสองเดือนกว่าจะโตและออกดอก ปีที่ผ่านๆ มาเนจะเริ่มเพาะเมล็ดในเรือนกระจกเล็กๆ ในตัวบ้านช่วงเดือนมีนาคม (อุณหภูมินอกบ้านยังหนาวอยู่ ตั้งแต่ -5 องศาถึง 5 องศา) ตั้งไว้ตรงที่มีแสงแดดส่องถึง ในที่ที่มีอุณหภูมิคงที่ ประมาณ 22-24 องศา

             ข้อเสียคือจะทำให้ในบ้านมีความชื้นเพิ่มขึ้นค่ะ

             ถ้าบ้านไหนแอดวานซ์และชอบการทำสวนปลูกดอกไม้มากๆ อาจทำเรือนกระจกปลูกต้นไม้โดยเฉพาะไว้นอกบ้าน

             แต่ต้องลงทุนสูงค่ะ เพราะถ้าปลูกช่วงที่อุณหภูมิตอนกลางคืนยังติดลบอยู่ และอุณหภูมิระหว่างวันไม่คงที่ ต้องมีการติดตั้งฮีทเตอร์ควบคุมให้อุณหภูมิในเรือนกระจกคงที่ เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ โดยได้รับแสงแดดจากธรรมชาติเต็มๆ

             พอถึงปลายเดือนเมษายนหรือต้นพฤษภาคม ที่อากาศเริ่มคงที่แล้ว ก็ค่อยเอามาลงกระถางใหญ่นอกบ้าน ทนแดด ทนฝน ทนหนาว พร้อมรับหน้าร้อน สวยงามชื่นใจ

ดอกหน้าแมว stemor ฤดูใบไม้ผลิ

             สอง ซื้อแบบที่เขาเพาะไว้แล้ว

             ถ้าร้านเอาออกมาตั้งขายกลางแจ้งเมื่อไร แสดงว่าต้นกล้ามันแกร่งพอที่จะอยู่นอกบ้านแล้ว ซื้อมาแล้วเอาจับลงกระถางวางนอกบ้านได้เลย อย่างวันก่อนเนแวะไปร้านขายอุปกรณ์การเกษตรมา เห็นเขาตั้งขายแล้ว เลยรีบซื้อมาแถวหนึ่งค่ะ

             แถวหนึ่งมี 10 ต้น ราคา 49 โครน (ประมาณ 150 บาท) ถ้าซื้อช่วงต้นฤดูกาลจะแพงนิดหนึ่งค่ะ แต่ถ้าผ่านไปสักสองอาทิตย์ราคาจะลดเหลือ 39 โครน และรอไปอีกซักเดือน เข้าหน้าร้อนเต็มตัว เหลือแค่แถวละ 29 โครนเท่านั้น

             ถึงช่วงนี้จะแพงกว่าหน่อย แต่เราได้ชื่นชมสีสันความงามของดอกไม้ก่อน ก็ยอมจ่ายค่ะ ปีนี้ไม่ได้เพาะเมล็ดดอกไม้อะไรไว้ด้วย ตั้งใจซื้ออย่างเดียวเลย

ดอกหน้าแมว stemor ฤดูใบไม้ผลิ

             ฤดูกาลในการปลูกดอกไม้แถวบ้าน ทางนอร์เวย์ตอนเหนือ อยู่ที่ช่วงราวเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนกันยายน ประมาณสี่เดือนกว่า หลังจากนั้นดอกไม้สีสันงามตาก็จะค่อยๆ ทยอยตายไป เพราะทนหนาวไม่ไหว ส่วนนอร์เวย์ทางใต้จะมีอุณหภูมิที่อบอุ่นกว่า แดดมาเร็วกว่า หนาวช้ากว่า ทำสวนกันได้ยาวนานหลายเดือนกว่า

             ทั้งนี้ มีดอกไม้บางประเภทที่ปลูกลงดิน แล้วมันขึ้นมาเองและบานสวยงามทุกปี เมื่อหน้าร้อนมาถึง อย่างที่บ้านก็จะมีดอกโบตั๋นกับดอกกุหลาบ ที่ปลูกไว้ ได้จดจ่อรอคอยการเติบโตงอกงามของมันทุกปี

             หน้าร้อนนี่เรียกได้ว่าไม่ค่อยอยากไปเที่ยวไหนนานๆ เลยค่ะ เพราะชอบอยู่บ้านชื่นชมสวนดอกไม้และความงามรอบบ้าน โพสต์เรื่องดอกไม้และการปลูกดอกไม้ในเมืองหนาวยังไม่จบแค่นี้ค่า ไว้เข้าหน้าร้อนเต็มๆ แล้วจะมารีวิวอีกนะคะ

 1,692 total views