Select Page

     หลักสูตรภาษาและสังคมนอร์เวย์ที่มหาวิทยาลัยนูรด์ เป็นหลักสูตรประกาศนียบัตร เวลาเรียน 1 ปี แบ่งเป็น 2 เทอม รวม 60 หน่วยกิต อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โพสต์นี้

         เทอมแรกของการเรียนหลักสูตรภาษาและสังคมนอร์เวย์จบไปเรียบร้อยแล้วค่ะ ตั้งแต่ก่อนวันหยุดคริสต์มาสปีที่แล้ว (ช่วงสอบปลายภาคราวปลายเดือนพฤศจิกายน)

         วันนี้เว็บเพจ NORWARA ในฐานะที่กำลังเรียนหลักสูตรนี้ เลยขอมารีวิวการเรียนเทอมแรกของหลักสูตรนี้ให้ได้อ่านกัน เพราะการตัดสินใจเรียนอะไรซักอย่างหนึ่ง มันมีปัจจัยและองค์ประกอบในชีวิตหลายอย่างที่เราต้องแลกมา เผื่อไว้เป็นข้อมูลสำหรับคนที่สนใจการเรียนภาษานอร์เวย์กับหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยในนอร์เวย์เปิดสอน ควบคู่ไปกับความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับสังคม การเมือง ประวัติศาสตร์นอร์เวย์

หนาวแค่ไหน แค่ไหนเรียกหนาว

     การรีวิวเป็นความเห็นส่วนบุคคล ซึ่งคนที่เรียนหลักสูตรเดียวกัน อาจเห็นต่างหรืออาจเห็นด้วย ใครเคยเรียนหลักสูตรเดียวกันนี้ มีความเห็นยังไง ยินดีแลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างแรงค่า (ติดต่อหลังไมค์ได้ที่หน้า contact)

  หัวข้อรีวิว  

         รีวิวต่อจากนี้จะขอพูดทีละรายวิชานะคะ โดยหัวข้อที่จะรีวิวหลักๆ คือ

. เนื้อหาที่เรียน

. อาจารย์ผู้สอน

. เพื่อนร่วมคลาส

. การประเมินผล

. สิ่งแวดล้อมที่ช่วยกระตุ้นการเรียนรู้

. ความรู้/ประโยชน์ที่ได้จากการเรียน

ปิดท้ายด้วย

. คำเตือนสำหรับคนที่คิดจะเรียนหลักสูตรนี้ในอนาคต

  1  

  วิชาภาษานอร์เวย์และไวยกรณ์

  (Norsk språk og grammatikk)  

         วิชานี้คือไฮไลท์ของหลักสูตรเลยค่ะ เพราะคนที่ลงทะเบียนเรียนหลักสูตรนี้ ส่วนใหญ่ตั้งใจเพื่อมาเรียนภาษานอร์เวย์ เพื่อให้อ่านออกเขียนภาษานอร์ช/ภาษานอร์เวย์ได้ คาดหวังว่าเรียนวิชานี้แล้วจะสื่อสารภาษานอร์เวย์ได้อย่างคล่องแคล่ว

         เนื้อหาที่เรียน – วิชานี้จะสอนภาษานอร์ชตั้งแต่เริ่มต้นเลยค่ะ เขาสมมติเอาว่าหลักสูตรนี้ทำขึ้นมาสำหรับคนที่ไม่เป็นและไม่เคยรู้จักภาษานอร์ชมาก่อน หนังสือที่ใช้ประกอบการเรียนมี 2 เล่ม คือ Ny i Norge ซึ่งถ้าใครพอคุ้นเคยหรือเคยเรียนภาษานอร์ชมาก่อน ก็จะรู้ว่าหนังสือเล่มนี้ระดับภาษาอยู่ที่ A1-A2 คือเป็นอะไรที่เบื้องต้นมากๆ เป็นระดับภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน คำศัพท์พื้นฐาน น่าจะอยู่ที่ราวๆ 1500 – 2000 คำ

         ไวยกรณ์หรือแกรมม่าก็ไม่ซับซ้อน เน้นเรื่องคำกริยารูปปัจจุบัน รูปอดีต และรูป Perfektum การใช้คำกริยาช่วย การผันคำนามตามเพศ การเลือกใช้คำนามรูปเฉพาะเจาะจง/ไม่เจาะจงให้ถูกบริบท การผันคำคุณศัพท์ตามเพศของคำนาม การใช้คำบุพบท และ i การใช้คำเชื่อมพื้นฐาน เช่น og, eller, men, fordi

         แต่ที่เข้มข้นคือวิธีการเรียนค่ะ มีการบ้านทุกวีค เริ่มเขียนเอสเสตั้งแต่ 200 คำขึ้นไป จนถึง 800 คำ ตามหัวข้อที่กำหนด ในคลาสบางวันมีการทดสอบให้เขียนตามหัวข้อที่เรียน เลือกใช้คำศัพท์และแกรมม่าตามที่เรียนมาแล้ว แบบไม่บอกล่วงหน้า ให้เขียนแบบคิดสด เขียนให้เสร็จและส่งภายในครึ่งชั่วโมง

         บางวันมีลิสต์คำถามมาให้ 10 ข้อ ให้ตอบคำถามด้วยการเขียน เน้นการสนทนาในห้อง อาจารย์จะถามคำถามและให้ตอบให้พูด วันละเล็กวันละน้อยทุกคน เวลาเข้าเรียนจึงต้องมีสติและตั้งใจระดับหนึ่งเลย รวมทั้งต้องเตรียมตัวก่อนเรียน อ่านเนื้อหาบทเรียนล่วงหน้า และทำการบ้านหลังเรียนด้วย

         มหาวิทยาลัยนูรด์ตั้งอยู่ในเทศมณฑลนูร์ลานด์ (Nordland) ซึ่งคนที่นี่ก็จะมีสำเนียงการพูดแบบท้องถิ่น ต่างจากภาษานอร์ชกลาง การเรียนภาษานอร์ชในชั้นเรียนจะยึดการออกเสียงและสำเนียงตามหนังสือแบบภาษานอร์ชกลางๆ แต่อาจารย์จะแทรกวิธีการออกเสียงหรือสำเนียงการพูดแบบท้องถิ่นให้รู้ไว้ด้วย เวลาออกจากมหาวิทยาลัย ไปเจอคนบนท้องถนน ไปซื้อของตามร้านค้า หรือพบปะเพื่อนฝูงญาติพี่น้องคนนอร์เวย์ทางเหนือ จะได้เข้าใจว่าสำเนียงท้องถิ่นเป็นอย่างนี้ เขาพูดกันอย่างนี้ เขาไม่พูดแบบภาษากลางตามหนังสือเป๊ะๆ

     คำเตือน สำหรับคนที่เป็นภาษามาแล้ว เคยสอบวัดระดับภาษาได้ระดับ A2 ขึ้นไป ความรู้และทักษะเกินเนื้อหาที่สอน จะไม่เข้าเลคเชอร์ก็ได้ เพราะช่วงแรกๆ จะน่าเบื่อมาก

         แต่ช่วงเดือนสุดท้ายของเทอม จะมีหนังสือเสริมค่ะ อันนี้เริ่มยาก เป็นหนังสือรวมบทความภาษานอร์ช ดูๆ แล้วมันคือระดับ B1 เป็นการข้ามระดับภาษาในช่วงสองเดือนเลยทีเดียว คนที่เพิ่งเรียนภาษาอาจรู้สึกว่ายาก เพราะมีคำศัพท์ยากๆ เยอะ มีการใช้ประโยคที่ยาวและซับซ้อนขึ้น

         การเรียนภาษานอร์ชจากบทความเหล่านี้ไม่ได้เน้นแกรมม่าค่ะ แต่เน้นเพิ่มคลังคำศัพท์ในระดับที่ซับซ้อนขึ้น คาดหวังว่าเรียนไปแล้ว จะสามารถอธิบายเรื่องราวต่างๆ นอกเหนือจากชีวิตประจำวันเป็นภาษานอร์เวย์ได้ เช่น เรื่องภูมิศาสตร์ประเทศนอร์เวย์เบื้องต้น ศาสนาในประเทศนอร์เวย์ ลักษณะนิสัยคนนอร์เวย์ ความสำคัญของวันชาตินอร์เวย์ ประวัติศาสตร์นอร์เวย์คร่าวๆ

         อาจารย์ผู้สอน – ตลอดทั้งเทอมมีคนเดียวค่ะ เป็นอาจารย์ที่มีความใส่ใจกับการสอนและการเรียนรู้ของผู้เรียน มีตรวจการบ้าน แก้ไวยกรณ์ ให้คำแนะนำ กระตุ้นการเรียนรู้ดีค่ะ ถ้าเทียบกับการเรียนภาษาฟรีภาคบังคับของเทศบาลท้องถิ่น (ที่ส่วนตัวเคยเรียนมา) ก็ต้องบอกว่าความใส่ใจของคนสอนคนละระดับ

         เวลาเรียนวิชาภาษานอร์ชสำหรับเทอมนี้ ลดลงเหลือแค่สัปดาห์ละ 6 คาบ แบ่งเป็นสองวันต่อสัปดาห์ เนื่องจากมาตรการโควิดที่ลดความแออัดของนักศึกษาที่มหาวิทยาลัย ทั้งๆ ที่วิชาที่มีหน่วยกิตเยอะถึง 20 หน่วยกิต ปกติแล้วจะเรียนสัปดาห์ละ 8 คาบ ช่วงสองสามสัปดาห์หลังๆ ของเทอม ที่สถานการณ์ไวรัสโควิดเริ่มวิกฤต มีเรียนออนไลน์ผ่าน Zoom และสั่งงานเขียนส่งค่ะ

หนาวแค่ไหน แค่ไหนเรียกหนาว

         เพื่อนร่วมคลาส – คนที่ลงทะเบียนวิชาภาษานอร์ชและแกรมม่า ไม่ใช่เฉพาะคนที่เรียนหลักสูตรภาษาและสังคม 1 ปีเท่านั้น แต่นักศึกษาต่างชาติหลักสูตรที่สอนเป็นภาษาอังกฤษอื่นๆ เช่น ระดับป.ตรี ป.โท ป.เอก หรือนักวิชาการ/นักวิจัยชาวต่างชาติ อาจารย์ชาวต่างชาติ ของมหาวิทยาลัยก็มาลงเรียนวิชานี้กันด้วย เพราะเขามีแผนที่จะอยู่ประเทศนอร์เวย์ต่อ อยากได้ภาษานอร์ชไว้สื่อสาร เพราะฉะนั้น เวลาเข้าคลาสทีก็จะรู้สึกว่ามีแต่คนที่ดูฉลาดๆ ทั้งนั้น

         เพื่อนร่วมคลาสนี่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ดีค่ะ เพราะแต่ละคนเตรียมตัวมาดี ทำการบ้านมา พอถึงเวลาเรียนมีคำถามอะไรก็ใส่เต็มที่ บางคนถึงขั้นชวนกันไปเรียนรู้นอกห้องเรียน เช่นไป Språkkafe หรือจัด Språkkafe เอง เชิญคนนอร์เวย์มาร่วมวงสนทนา ช่วยพัฒนาทักษะการสนทนา

         การประเมินผล – แบ่งเป็น 2 ส่วน คือการเขียน ซึ่งจะรวมถึงแกรมม่าและการเขียนเอสเส คิดเป็น 60% ของการประเมินผล และการพูด สอบพูด สนทนาเดี่ยวกับอาจารย์ ตามหัวข้อที่กำหนด คือพวกหัวข้อยากๆ ในหนังสือเสริม พวกเรื่องภูมิประเทศ ศาสนา ประเพณี วันชาติ ฯลฯ ซึ่งการที่จะพูดในหัวข้อยากๆ เหล่านี้ได้ ก็ต้องอ่านเยอะๆ เพื่อให้สามารถดึงคลังคำศัพท์เหล่านั้นมาใช้ในการสนทนาอย่างลื่นไหลได้

         ความรู้/ประโยชน์ที่ได้จากวิชานี้ – สำหรับคนที่ไม่เคยเรียนภาษานอร์เวย์มาก่อน การเรียนในช่วง 3 เดือนนี้ ถือว่าน่าจะได้ความรู้อย่างมาก เส้นกราฟการเรียนรู้ (Learning Curve) น่าจะเป็นแนวทะแยงเลยค่ะ จากที่ไม่รู้คำศัพท์ภาษานอร์เวย์ เขียนไม่เป็น มาถึงขั้นเขียนเอสเสระดับ 500 – 800 คำ จากที่ไม่เคยสนทนาภาษานอร์เวย์ มาพูดเรื่องศาสนา ประวัติศาสตร์เบื้องต้น หรืออะไรยากๆ ได้ นี่คือคิดว่ามาไกลนะคะ

         แต่ถ้าจากมุมมองคนที่ระดับภาษาเกิน B1 ขึ้นไปมาร่วมเรียนวิชานี้ จะได้เรื่องฝึกการเขียนมากขึ้น คือหาโอกาสเขียนเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้เรียนคำศัพท์หรือโครงสร้างแกรมม่าที่สูงขึ้นกว่าเดิม อาจเสียเวลาและน่าเบื่อก็ได้สำหรับคนที่ได้ภาษาแล้ว ต้องรอเทอมสองที่ระดับภาษาจะยากขึ้นมาหน่อย

     ข้อดีที่สุดของการเรียนหลักสูตรนี้คือ ถ้าเรียนหลักสูตรนี้จบสองเทอม  มีสิทธิสมัครเรียนมหาวิทยาลัยนอร์เวย์ ภาคภาษานอร์เวย์ได้เลย โดยไม่ต้องใช้ผลสอบภาษานอร์ชระดับ B2 หรือ Bergentest

     อีกประการหนึ่งคือคนที่เรียนหลักสูตรนี้สามารถกู้เงินเพื่อการศึกษาจากรัฐบาลไว้ใช้ระหว่างเรียนได้ค่ะ

         เขียนไปเขียนมา เป็นรีวิวที่เริ่มรู้สึกว่ายาวเกินไป ไว้สัปดาห์หน้าจะมารีวิวต่อวิชาสังคมนะคะ

 636 total views