Select Page

1.  ไม่มีศาสนาประจำชาติ

         ปัจจุบัน ประเทศนอร์เวย์ไม่มีศาสนาประจำชาติ

         เมื่อปี ค.ศ. 2013 ได้มีการลงมติในรัฐสภาให้ถอดถอนศาสนาคริสต์นิกายเอวานจิเลคัลลูเธอรัน (Evangelical Lutheran) ออกจากศาสนาประจำชาติ

         ประชาชนทุกคนมีเสรีภาพในการเลือกนับถือศาสนา

         สำหรับเยาวชนเมื่ออายุเกิน 15 ปีขึ้นไป สามารถเลือกศาสนาที่ตนเองนับถือศรัทธาได้อย่างเป็นอิสระและกฎหมายรับรอง โดยไม่ต้องยึดโยงความเชื่อเดิมของครอบครัวหรือผู้ปกครอง

         แต่สถาบันกษัตริย์ของนอร์เวย์ ต้องสถาปนาตนเป็นผู้บำรุงศาสนาคริสต์นิกายลูเธอรัน โบสถ์แห่งนิกายเอวานเจลิคัลลูเธอรันยังคงเป็นโบสถ์ประจำรัฐ ไว้ประกอบพิธีการระดับรัฐ ตามธรรมเนียมดั้งเดิม อันระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ

         ขณะที่เงินที่สถาบันกษัตริย์บำรุงโบสถ์ลูเธอรันแห่งรัฐ ก็มาจากเงินภาษี สรุปแล้วไม่ว่าคนนอร์เวย์จะนับถือศาสนาหรือไม่ เงินภาษีส่วนหนึ่งก็ถูกนำไปบำรุงศาสนาที่อยู่คู่กับสถาบันกษัตริย์อยู่ดี ทั้งนี้ ศาสนาอื่นๆ ก็ได้รับเงินบำรุงศาสนาจากรัฐเช่นกัน

หนาวแค่ไหน แค่ไหนเรียกหนาว

2.  ประวัติศาสนาในประเทศนอร์เวย์แบ่งเป็น 3 สมัยหลักๆ

สมัยก่อนคริสต์ศาสนา

         นับถือศาสนานอร์สโบราณ ช่วงก่อนราว ค.ศ. 1000 ความเชื่อ พิธีการ และการปฏิบัติต่างๆ เน้นไปเพื่อความอุดมสมบูรณ์ในการเพาะปลูก ผู้นำเผ่าหรือกษัตริย์ตามที่ปรากฎในบันทึกหลักฐานทางโบราณคดีสมัยไวกิ้ง มีหน้าที่ทำให้ฝนตก แดดออก ผลผลิตดีงาม

         ศาสนานอร์สโบราณมีการนับถือและบูชาพระเจ้าหลากหลายรูปแบบ

         ตามความเชื่อศาสนานอร์สโบราณ หากครอบครัวใดมีบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ เช่น เด็กแรกเกิดที่ไม่สมบูรณ์ คนสูงอายุที่เจ็บป่วย สามารถทิ้งบุคคลเหล่านี้ให้ตายกลางป่าได้

สมัยคริสต์ศาสนา

         กำหนดอายุคร่าวๆ คือเมื่อพบหลักฐานการนับถือศาสนาคริสต์ เมื่อราว ค.ศ. 800 เป็นต้นมา ในช่วงแรกมีการนับถือศาสนาคริสต์ควบคู่ไปกับความเชื่อในศาสนาเดิม คือนอร์สโบราณไปด้วย แต่ศาสนาคริสต์มีบทบาทกับผู้นำและเกี่ยวข้องทางการเมืองอย่างเป็นทางการ

         ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 11-15 หรือสมัยกลาง ศาสนาคริสต์โรมันคาธอลิกมีบทบาทสำคัญ

         ศาสนาคริสต์นิกายลูเธอรันเริ่มมีบทบาทมากกว่าโรมันคาธอลิก เมื่อนอร์เวย์อยู่ภายใต้อาณานิคมของเดนมาร์ก ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 ที่มีการปฏิรูปทางศาสนา

         บทบาทของศาสนาคริสต์นิกายลูเธอรันในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 ต่อสังคมนอร์เวย์ มีส่วนสำคัญในการพัฒนาการศึกษาของประเทศในช่วงยุคแรกเริ่ม เพราะโบสถ์เป็นสถานศึกษาแห่งแรกและมีกฎบังคับให้คนในชุมชนทุกคนหัดอ่านและศึกษาคัมภีร์ศาสนาได้ด้วยตัวเอง อัตราประชากรที่อ่านออกเขียนได้ในช่วงหลังคริสต์ศตวรรษที่ 18 เป็นต้นมาจึงสูง เป็นรากฐานของการศึกษาอันส่งผลมาถึงปัจจุบัน

หนาวแค่ไหน แค่ไหนเรียกหนาว

สมัยพหุศาสนา
หรือเสรีภาพทางศาสนาที่หลากหลาย

         ตั้งแต่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา การนับถือศาสนาเป็นเรื่องของระดับปัจเจกบุคคลมากขึ้น ประเทศนอร์เวย์รับผู้อพยพ ผู้ลี้ภัย และแรงงานชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความหลากหลายในการนับถือศาสนา

         ศาสนาที่มีผู้นับถือมากที่สุดคือศาสนาคริสต์ คิดเป็นจำนวน 69% รองลงมาได้แก่ ศาสนาอิสลาม พุทธ ฮินดู ซิกข์ บาฮาไอ ยิว และคนที่ไม่นับถือศาสนา

3.  ความเท่าเทียมทางเพศในศาสนาคริสต์

         นักบวชในศาสนาคริสต์ในประเทศนอร์เวย์ มีความเท่าเทียมทางเพศ มีนักบวชและพระที่เป็นเพศหญิง รวมถึงเพศอื่นๆ ไม่มีการกีดกันทางเพศ หรือจำกัดผู้ประกอบพิธีเฉพาะผู้ชาย

         คู่รักเพศเดียวกันได้รับอนุญาตให้จัดพิธีแต่งงานตามธรรมเนียมในโบสถ์ได้เป็นครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ. 2017

4.  วันหยุดราชการกับศาสนา

         วันหยุดราชการในประเทศนอร์เวย์ส่วนใหญ่ เป็นวันหยุดที่เกี่ยวข้องกับศาสนาคริสต์ เช่น วันหยุดเทศกาลอีสเตอร์ วันหยุดช่วงเทศกาลคริสต์มาส ฯลฯ ยังไม่มีการกำหนดวันหยุดสำคัญ เพื่อประกอบพิธีของศาสนิกชนในศาสนาอื่นๆ ให้เป็นวันหยุดราชการ

หนาวแค่ไหน แค่ไหนเรียกหนาว

5.  ศาสนากับชีวิตประจำวัน

         คนนอร์เวย์โดยทั่วไปไม่นิยมพูดถึงเรื่องศาสนาในชีวิตประจำวัน แบบที่ต้องยึดมั่นถือมั่น หรือแสดงถึงความเคร่งครัด การเป็นศาสนิกชนที่ภักดี เช่น ไม่ว่าจะเกิดเหตุอะไรก็โทษบาป อ้างบุญ อ้างความดีงามของพระเจ้า หรือพูดถึงการไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ ฯลฯ

         เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าเพื่อนร่วมงานที่เราพูดคุยเจอหน้ากันทุกวัน เขามีความเชื่อและยึดถือศาสนาใด ราวกับว่าศาสนาไม่ได้มีส่วนสำคัญในการดำรงชีวิตของคนทั่วไป

         คำอุทานเกี่ยวกับศาสนาที่คนนิยมมักกล่าวออกมา เวลาตกใจหรืออยู่ในสถานการณ์ที่เหนือคำบรรยาย ใช้คำว่า Herregud! (อารมณ์ประมาณคำว่า Oh my god! ในภาษาอังกฤษ) Herregud เป็นคำที่ได้ยินบ่อยในชีวิตประจำวัน คนที่อุทานออกมา อาจไม่ได้นับถือศาสนาหรือพระเจ้าก็ได้

หนาวแค่ไหน แค่ไหนเรียกหนาว

6.  พรรคการเมืองกับศาสนา

         นอร์เวย์มีพรรคการเมืองที่อิงถึงหลักการและแนวทางค่านิยมตามศาสนาคริสต์ คือ พรรคคริสเตียนประชาธิปไตย (Christian Democratic Party ภาษาอังกฤษ, Kristelig Folkeparti ภาษานอร์เวย์) โดยพรรคให้ความสำคัญกับนโยบายที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบันครอบครัว การศึกษา การควบคุมการใช้แอลกอฮอล์ เคยมีนโยบายสนับสนุนและผลักดันให้พ่อแม่ได้ใช้เวลากับเด็กแรกเกิดมากขึ้น นำไปสู่สิทธิการลาคลอดที่ยาวนานขึ้น ทั้งสำหรับพ่อและแม่ รวมถึงเงินสนับสนุนเลี้ยงดูบุตรที่มากขึ้น

         ปัจจุบันพรรคคริสเตียนประชาธิปไตยเป็นพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาล มีนักการเมืองจากพรรคเป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง เช่น กระทรวงเยาวชนและครอบครัว (Barne- og familiedepartementet) กระทรวงคมนาคม (Samferdselsdepartementet) กระทรวงเกษตรและอาหาร (Landbruks- og matdepartementet) เป็นต้น

📂 อ้างอิง
– สถิติจำนวนผู้นับถือศาสนาในประเทศนอร์เวย์ จากเว็บสำนักงานสถิติแห่งชาติ – https://www.ssb.no/kultur-og-fritid/faktaside/religion
– ข้อมูลพรรคร่วมรัฐบาลและรายชื่อรัฐมนตรีของพรรคคริสเตียนประชาธิปไตย จากเว็บรัฐบาลนอร์เวย์ – regjeringen.no
– Maagero, Eva and Simonsen, Birte (2005) Norway: Society and Culture, Portal, Kristiansand.

 110 total views