Select Page

          จากการหาข้อมูลก่อนมาเที่ยวอัมสเตอร์ดัม หลายแหล่งข้อมูลแนะนำอย่างแรงว่า อย่าพลาดอาหารอินโดนีเซียในอัมสเตอร์ดัมเด็ดขาด

          เนก็ว่าน่าสนใจ น่าลอง ต้องจัดสักหน่อยค่ะ

          แต่ก่อนอื่น ขอเกริ่นนำเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเนเธอร์แลนด์กับอินโดนีเซียซักนิดนะคะ จะได้มองเห็นภาพกว้างๆ ของสองประเทศนี้ ว่าไปไงมาไงอาหารอินโดจึงได้มาลงเอยฮิตฮ็อตที่เนเธอร์แลนด์ได้

          ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ต่อกันตั้งแต่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา เมื่อเนเธอร์แลนด์ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า หมู่เกาะในประเทศอินโดนีเซียอยู่ภายในอาณานิคมของตน ระหว่าง ปี ค.ศ. 1605-1945 กินระยะเวลากว่า 340 ปี อินโดนีเซียมีสินค้าท้องถิ่นชั้นเลิศอย่างเครื่องเทศนานาชนิด เป็นที่ต้องการของตลาด ทำกำไรมหาศาลให้กับเนเธอร์แลนด์ในช่วงการค้าเครื่องเทศค่ะ

          ความสัมพันธ์ยาวนานกว่าสามสี่ร้อยปีขนาดนี้แน่นอนว่าต้องมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การผสมผสานของผู้คน และความกลมกลืนทางวัฒนธรรมของกันและกัน

          ที่เข้มข้นที่สุดคือ ช่วงต้นคริสต์ศตวรษที่ 20 ก่อนหน้าที่อินโดนีเซียจะเป็นเอกราช มีกลุ่มคนอินโดนีเซียที่เดินทางมาเรียนต่อที่เนเธอร์แลนด์ รวมถึงคนอินโดที่ทำงานให้บริษัทดัตช์ เริ่มคิดลงหลักปักฐาน ย้ายถิ่นฐานที่อยู่ของตนจากบ้านเกิดในอินโดนีเซีย มาอาศัยอยู่ที่เนเธอร์แลนด์เป็นการถาวร

          คนอินโดนีเซียรุ่นแรกในเนเธอร์แลนด์มีจำนวนกว่าสามแสนคน ผ่านมารุ่นแล้วรุ่นเล่า แต่งงานข้ามชาติบ้าง ผสมกับคนดัตช์ท้องถิ่นบ้าง

          จนถึงรุ่นที่ 4 ในปัจจุบัน พบว่ามีประชากรชาวดัตช์ที่สืบเชื้อสายมาจากอินโดนีเซียหรือมีภูมิหลังที่เกี่ยวข้องกว่า 1.6 ล้านคน คิดเป็นเกือบ 10% ของประชากรทั้งหมดในประเทศ

          .. ดูตัวเลขแล้ว จำนวนไม่น้อยเลยนะคะ ..

          ซึ่งคนอินโดนีเซียเหล่านี้ได้นำวัฒนธรรมการกินอาหารอินโดติดตัวมาด้วย อีกนัยหนึ่ง พวกเขามาช่วยเพิ่มความหลากหลาย ความน่าสนใจ และเปิดประสบการณ์รสชาติอาหารให้กับคนดัตช์ อาหารอินโดนีเซียเป็นที่นิยมแพร่หลายอย่างมากในเนเธอร์แลนด์ ไม่ใช่เฉพาะกับหมู่คนที่มีภูมิหลังหรือความสัมพันธ์เกี่ยวกับอินโดนีเซียเท่านั้นนะคะ แต่รวมถึงคนดัตช์เองด้วย

          เรื่องราวประวัติศาสตร์น่าสนใจขนาดนี้ ยิ่งทำให้อยากกินอาหารอินโดนีเซียในอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของคนดัตช์และเมืองท่องเที่ยวสำคัญของยุโรปแห่งนี้มากขึ้นไปอีกค่ะ

          สำหรับนักท่องเที่ยวในยุคอินเตอร์เน็ทเฟื่องฟู การหาข้อมูลคือหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งก่อนการไปเที่ยวค่ะ   เนเริ่มต้นจากการเสิร์ชหาร้านเด็ดในเน็ทว่าร้านไหนน่าไปลอง โดยเปิดปลายช้อยส์กว้างๆ ไว้ ไม่ระบุประเภทอาหารว่าอยากกินอะไรเป็นพิเศษ

          ทั้งนี้ เพราะประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับอาหารอินโดนีเซียของตัวเองต่ำมากค่ะ แม้ว่าเขาจะเป็นประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนของไทยเรา แต่อาหารอินโดดูเหมือนจะไม่นิยมในหมู่คนไทย เท่าอาหารญี่ปุ่นหรืออาหารเกาหลีที่เรามีร้านให้เลือกกินมากมายนะคะ

          เนเคยไปเที่ยวบุโรพุทโธกับบาหลีรอบนึง นานมาแล้วค่ะ เคยกินอาหารอินโดแค่ทริปนั้นค่ะ จำไม่ได้ว่าอาหารเขาเรียกว่าอะไรบ้าง อะไรควรสั่งกินซ้ำอีกครั้งดี

          หลังจากเสิร์ชได้ลิสต์ร้านอาหารมาแล้วประมาณนึง อ่านรีวิวหลายๆ ที่ เข้าไปดูหน้าเว็บของแต่ละร้าน ประกอบกับใช้แอป the folk ซึ่งเป็นแอปแนะนำร้านอาหาร ใช้จองโต๊ะได้ และมีส่วนลดให้ด้วยบางร้าน

          ลงตัวได้ไปกินที่ร้านอาหารอินโดนีเซียชื่อ “Mama Makan”

บรรยากาศร้าน:

          ตกแต่งได้น่าสนใจค่ะ ทำเป็นครัวเปิดโล่งตรงเกาะกลาง ให้ลูกค้าในร้านได้เห็นการทำงานและความเคลื่อนไหวในครัว ก่อนอาหารนำมาเสิร์ฟที่โต๊ะ เน้นบรรยากาศธรรมชาติ มีต้นไม้ใบไม้ตกแต่งทั่วร้าน ให้ความรู้สึกถึงป่าชื้นๆ ดิบๆ หน่อย ใช้สีเขียวเข้ม สีเหลือง และโลหะสีทองตัดเป็นหลัก

บริการ:

          ดีมากค่ะ พนักงานแนะนำอาหารดี ทั้งๆ ที่หน้าตาฝรั่งจ๋า ไม่น่าใช่คนอินโด แต่แนะนำเมนูบอกส่วนผสม บรรยายรสชาติอาหารละเอียด จนนึกภาพตามออก ข้อมูลแน่น คุยง่าย เป็นมิตรค่ะ

อาหารและราคา:

          อร่อยและไม่แพงเลยค่ะ ถ้าเทียบกับราคาและมาตรฐานการบริการในนอร์เวย์ ส่วนราคาที่เนจ่ายจริง ถูกกว่าราคาบนเมนูค่ะ เพราะเนจองโต๊ะผ่านแอป ได้ส่วนลดพิเศษ 15% โลกของอินเตอร์เน็ทนี่มันดีจริงๆ ค่ะ ทำให้การท่องเที่ยวของเราง่ายขึ้นและราคาถูกลง

          อาหารจานแรกที่เขามาเสิร์ฟเลยคือ ข้าวเกรียบกับน้ำจิ้มค่ะ จานนี้ไม่ได้สั่งค่า เหมือนเป็นออเดิร์ฟ เรียกน้ำย่อยให้ฟรีๆ ทุกโต๊ะ เนชอบกินจิ้มกับน้ำจิ้มถั่วสีน้ำตาลๆ ในรูป รสชาติเหมือนน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะที่เข้มข้นถั่วสุดๆ อร่อยดีค่ะ

          เครื่องดื่ม สั่งไวน์โรเซ่มากินค่ะ ไม่เบา ไม่หนักเกินไป รสชาติใสๆ เข้ากันกับอาหารเครื่องเทศหอมๆ แปลกใหม่ดีค่ะ

          ส่วนอาหารเรียกน้ำย่อยจานแรกจริงๆ ที่สั่งมาคือ ไก่สะเต๊ะสไตล์อินโดค่ะ รสชาติอร่อยแบบอินโด มีความเข้ม มีความข้นถั่ว เน้นๆ แตกต่างจากสะเต๊ะแบบไทยๆ ที่คุ้นลิ้น เขากินคู่กับก้อนข้าวสีขาว ตัดรสชาติด้วยผักในถ้วย

          เมนูอาหารอินโดเบาๆ ไม่เผ็ด ไม่ใส่เครื่องเทศเยอะเกินไปสำหรับฝรั่งที่บ้านคือ นาซิโกเร็ง หรือข้าวผัดไก่อินโดนั่นเองค่ะ เครื่องเคียงจัดเต็มมากค่ะ อย่างที่เห็นในรูป แถมไก่สะเต๊ะสองไม้ ไข่ดาว และข้าวเกรียบ คนกินเขาว่าอร่อย รสชาติถึงเครื่อง ผ่านค่ะ!

          ส่วนของเนสั่งเป็นสำรับ ชื่อว่า นาซิ จัมปูร์ บาหลี มีข้าว มีแกง 3 อย่างที่เครื่องแกงข้นๆ รสชาติเข้มๆ แต่ไม่เผ็ด กินกับถั่วลิสง ยำผัก และข้าวเกรียบ และไก่เสียบไม้สองชิ้น รสชาติอร่อยเข้มข้นค่ะ กินแกล้มกับโรเซ่ ยิ่งอร่อยล้ำ ภาพและกลิ่นที่เคยไปเที่ยวอินโดนีเซียลอยมาเลยค่ะ

          ด้านขนมหวาน สั่งมาลองสองอย่างค่ะ อย่างแรกคือข้าวเหนียวดำน้ำกะทิ หน้าตาเหมือนข้าวเหนียวดำน้ำกะทิของไทย ตกแต่งด้วยมะม่วงสุกด้านบน แต่รสชาติไม่เหมือนนะคะ จืดกว่า กะทิไม่หอมมัน ไม่หวานปนเค็ม เหมือนของไทยที่คุ้นลิ้น อย่างที่สองคือไอติมลิ้นจี่ เปรี้ยวๆ หวานๆ ไอติมเนื้อหยาบๆ ได้กลิ่นลิ้นจี่นิดหน่อย โอเคค่ะ ตัดรสชาติล้างปากหลังอาหารคาว โดยรวมแล้ว ของหวานไม่ว้าวเท่าไรค่ะ ถ้าเทียบกับอาหารจากหลักที่ว้าว ประทับใจสุดๆ

          สรุปแล้ว อาหารอินโดนีเซียในอัมสเตอร์ดัมร้านนี้ดีงามเหลือหลาย ได้กลิ่นอายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุโรปลอยอบอวลทั่วร้าน เป็นหนึ่งในความประทับใจโมเม้นดีๆ ของทริปอัมสเตอร์ดัมค่ะ

          ต้องลองอย่างที่ในเน็ทแนะนำต่อๆ กันมาจริงค่ะ

          ถ้าใครได้ลองกิน แล้วรู้สึกอร่อยถูกใจ ให้ร้องว่า “เซอดัป” (Sedap-ภาษาอินโด/มาเลย์ แปลว่าอร่อย)

 944 total views