Select Page

         มีงานอดิเรกอยู่สามสี่อย่างที่เนทำมาตลอด ตั้งแต่สมัยค้นหาตัวเอง ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเมื่อเกือบยี่สิบปีมาแล้ว นั่นคือ การถ่ายรูป การอ่านหนังสือ การว่ายน้ำ และการดำน้ำ

        พอย้ายมาอยู่นอร์เวย์ ด้วยความที่สิ่งแวดล้อมรอบตัวมันใหม่หมดเลย การถ่ายรูปกลายเป็นเครื่องมือช่วยบันทึกความทรงจำและมุมมองอย่างดีที่สุด เนถ่ายรูปทุกสัปดาห์ ถ่ายเป็นร้อยเป็นพันรูป ไม่มีเบื่อ รูปไหนสวยๆ โดนใจมากๆ พินิจพิเคราะห์ดูแล้วว่า มันมีเรื่องราวเรื่องเล่า สื่อความหมาย ก็โพสต์ขึ้นเฟซบุ๊คให้คนอื่นได้เห็น

        เคยมีอยู่ครั้งหนึ่ง เมื่อสองสามปีก่อน คนแถวบ้าน ซึ่งเป็นคนนอร์เวย์ และเป็นเพื่อนกันในเฟซบุ๊คด้วย เขาคงเห็นรูปเรามาสักพักหนึ่งแล้วชื่นชอบ เขาส่งข้อความมาถามว่า ช่วยไปถ่ายรูปในงานสัมมนาของที่ทำงานเขาหน่อยได้ไหม เพราะเห็นเราถ่ายรูปดี

       แต่น่าเสียดายมากๆ ที่ตอนนั้นเนกลับเมืองไทยพอดิบพอดี เลยไม่ได้รับงานนี้ไป

      จนเมื่อสองสัปดาห์ก่อน มีโอกาสดีๆ เข้ามาอีกแล้วค่ะ

      คนไทยในเขตเทศบาลที่เนอาศัยอยู่ เขาจะจัดพิธีศีลจุ่มให้ลูกชายวัยห้าเดือนกว่า อันเป็นพิธีทางศาสนาที่สำคัญสำหรับครอบครัวเขา เพราะเป็นการรวมญาติและหมู่มิตรสหายครั้งใหญ่ เขาติดต่อขอให้เนไปถ่ายรูปพิธีสำคัญครั้งนี้ให้ โดยจะมีค่าจ้างให้ ให้เนเรียกได้เลยตามสบายรายชั่วโมง จะคิดเท่าไรก็บอกไปได้เลย

      แต่ด้วยความที่เราไม่ใช่มืออาชีพ ไม่เคยถ่ายรูปงานพิธีที่สำคัญกับชีวิตใครมาก่อน  ปกติถ่ายแต่รูปต้นไม้ ใบหญ้า ภูเขา ฟยอร์ด ทะเล แสงเหนือ สัตว์เลี้ยง สามี และรูปเซลฟี่ตัวเอง ไม่กล้าเรียกเงินค่าจ้างเยอะ เลยคิดตังค์เขาไปแค่ 1000 โครนพอ คิดเอาว่าเป็นโปรเจคท์ทดลองฝีมือของเรา โดยที่เขาไม่ต้องจ่ายแพง (จะได้ไม่คาดหวังงานคุณภาพจากฝีมือจากเรามาก ถ้าเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคขึ้น แฮ่ๆ)

       ก่อนวันงานก็ได้ถามผู้ว่าจ้าง เจ้าของงานแล้วว่าอยากได้รูปประมาณไหน เน้นช็อทไหนเป็นพิเศษบ้าง อยากได้เป็นภาพวิดีโอหรือภาพนิ่งมากกว่ากัน สรุปว่าความต้องการของเขาไม่เยอะค่ะ เขาเน้นภาพนิ่ง ขอรูปในพิธีในโบสถ์ 3-4 รูป รูปรวมญาติหน้าโบสถ์ 7-8 รูป ขอแบบเน้นๆ ครบๆ คนในงาน แถมรูปบรรยากาศในงานเลี้ยงเล็กน้อย

      ฟังดูแล้ว เฮ้ย มันดูไม่ซับซ้อนแฮะ ไม่น่าจะยาก สามสี่รูป เจ็ดแปดรูปเอง ช็อทที่สำคัญๆ ไม่กี่ช็อทเอง ที่เขาอยากได้

      แต่สิ่งที่เนกังวลที่สุดสำหรับงานนี้คือ สภาพแสงในโบสถ์และฮอลล์จัดงานเลี้ยง เพราะสถานที่ทั้งสองแห่งนี้ มีแสงธรรมชาติเข้าน้อยมาก แถมไฟในอาคารยังเป็นไฟระย้า ไฟผนังสีส้ม บรรยากาศโรมานซ์ๆ ขลังๆ สลัวๆ นิดๆ

      อีกอย่างหนึ่งคือเนไม่ชอบใช้แฟลช ใช้แฟลชถ่ายภาพบุคคลไม่เก่ง กะระยะไม่ถูก (ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนและศึกษาเพิ่มเติม)

      คิดหนักมากว่าจะเอาไงดี

     สุดท้ายคิดได้ว่า งั้นก็ให้กล้องอัจฉริยะ Sony a6400 ที่ถอยมาใหม่ เป็นคนตัดสินใจเรื่องสภาพแสงแล้วกัน ตั้งโหมดออโต้ไปเลย เราเน้นเรื่องคอมโพสิชั่นกับบรรยากาศโดยรวมเป็นพอ

     แล้วค่อยมาเน้นปรับแต่งแสงหลังกล้องเอา ถ้ามันออกมาหนักหนาสาหัสมากๆ

      พอถึงวันงานจริง ไม่อยากเชื่อว่า ทุกอย่างมันลื่นไหลมาก โดยที่เราไม่ได้กังวลเรื่องสภาพแสงเลย มาถึงหน้างานแล้วก็กดถ่ายไปรัวๆ บรรยากาศมันพาไป           

      ที่สำคัญคือ การทำงานถ่ายรูปอะไรแบบนี้ ที่แม้จะดูเป็นพิธีการ ต่อหน้าผู้คนมากมาย แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกเคอะเขิน ไม่ได้กังวลเลยว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับเรา ที่ถือกล้องถ่ายรูปเขาไปทั่ว ไม่รู้สึกว่าต้องฝืนต่อสู้กับตัวเองในการออกจากคอมฟอร์ตโซนเลย มันรู้สึกสบายๆ และมั่นใจ นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเราจะมาถึงจุดนี้

      และแม้ระยะเวลาการทำงานจะยาวนาน ตั้งแต่พิธีทางศาสนาในโบสถ์จนถึงงานกินเลี้ยง เริ่มตั้งแต่เที่ยงวันยันหกโมงเย็น ก็ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย รู้สึกสนุกมากกว่า

      บทสรุปผลงานหลังส่งงานให้ผู้ว่าจ้างไปกว่าสองร้อยรูป แบ่งเป็น 5 อัลบั้ม พร้อมวิดีโอสั้นๆ ตัดต่อเก็บภาพพิธีศีลจุ่มนาทีสำคัญและบรรยากาศโดยรวม ผู้ว่าจ้างพอใจผลงานและรู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายมาให้เรา

      เราเองก็รู้สึกดีใจไปด้วย แม้จะได้เงินไม่เยอะ แต่งานที่สำเร็จลงด้วยดี มันช่วยสร้างความมั่นใจให้เราว่าเราผ่านงานแรกมาได้แล้ว และงานอดิเรกของเราอย่าง “การถ่ายรูป” มันสร้างเงินได้เหมือนกันแฮะ ไม่ใช่ดูดเงินจากเราอย่างเดียว จากนี้ไปพร้อมพัฒนาฝีมือและรับงานอื่นๆ ถ้ามีคนติดต่อมาอีก

 213 total views